บัตรเครดิต ซิตี้ พรีเมียร์
ความสวยความงาม

ความสวยความงาม สาระ ความงาม เคล็ดลับความสวยขาว เคล็ดลับความสวยแบบธรรมชาติ

ประโยชน์ของการดื่มน้ำ ดื่มอย่างไรให้ถูกวิธี ดีต่อสุขภาพ

ประโยชน์ของการดื่มน้ำ ดื่มอย่างไรให้ถูกวิธี ดีต่อสุขภาพ

นอกจากกินอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกาย พักผ่อนให้เพียงพอ จะเป็นส่วนที่ทำให้เรามีสุขภาพดี อีกปัจจัยสำคัญนั่นคือการดื่มน้ำ ประโยชน์ของการดื่มน้ำนั้นมีมากมาย น้ำเป็นสิ่งที่ร่างกายจะขาดไม่ได้ เนื่องจากในร่างกายเรามีน้ำเป็นส่วนประกอบถึง 70% แต่ก็ยังมีข้อสงสัยว่าเราควรดื่มน้ำมากขนาดไหนในแต่ละวัน วันนี้เราจะเอาสูตรดีๆ มาบอกต่อกัน

ประโยชน์ของการดื่มน้ำ วิธีดื่มน้ำ

ร่างกายของแต่ละคนแตกต่างกันไป การจะรู้ว่าต้องดื่มน้ำเท่าไหร่ถึงจะเพียงพอต่อร่างกายนั้น ให้ลองใช้ สูตร : น้ำหนักตัว (กก.) / 2 x 2.2 x 30 = ปริมาณน้ำที่ควรดื่ม

อย่างเช่น : น้ำหนักตัว 55 / 2 x 2.2 x 30 = 1,815 มิลลิลิตร (หรือ 1.8 ลิตรโดยประมาณ)

นอกจากนี้ยังมีช่วงเวลาต่างๆ ที่ดื่มน้ำแล้วจะส่งผลดีและช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของร่างกาย เช่น

  • หลังตื่นนอน : ดื่มน้ำ 1 แก้ว การดื่มน้ำในช่วงนี้จะทำให้การไหลเวียนโลหิตดีขึ้น และยังช่วยกระตุ้นการขับถ่าย
  • ช่วงสาย : ดื่มน้ำ 2-3 แก้ว โดยจะแบ่งเป็น ดื่ม 1 แก้วก่อนทานอาหารเช้า หลังจากนั้นในช่วงเวลาประมาณ 09.00 – 11.00 น. ก็ให้ดื่มประมาณ 1-2 แก้ว เพราะว่าในช่วงนี้ร่างกายจะทำงานเต็มที่ทำให้มีของเสีย การดื่มน้ำจึงเป็นการชำระล้างของเสียออกไป
  • มื้อเที่ยง : ช่วงนี้เราสามารถดื่มน้ำประมาณครึ่งแก้วก่อนทานอาหารเที่ยง แต่หลังจากทานเสร็จไม่ควรดื่มน้ำตามมากๆ เพราะจะทำให้การย่อยอาหารทำไม่ได้ดีเท่าที่ควร
  • ช่วงบ่าย : ช่วงนี้ให้จิบน้ำไปเรื่อยๆ เพื่อดับกระหาย โดยปริมาณที่เหมาะสมคือ 2-3 แก้ว ข้อดีคือเป็นการเพิ่มความชุ่มชื่นให้กับผิวอีกด้วย
  • มื้อเย็น : ดื่มน้ำ 1-2 แก้ว โดยให้จิบไปเรื่อยๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของระบบขับถ่าย ไม่ควรดื่มรวดเดียว
  • ก่อนนอน : ควรดื่มน้ำ 1 แก้วก่อนเข้านอนเป็นประจำเพื่อชำระล้างสิ่งที่ตกค้างในลำไส้ และทางที่ดีไม่ควรนอนดึกจนเกินไป หรือไม่เกินเที่ยงคืน

วิธีดื่มน้ำเปล่า ประโยชน์ของน้ำ

อ่านบทความอื่นเพิ่มเติม 

ดูเนื้อหาต้นฉบับ

ที่มา : https://goodlifeupdate.com/lifestyle/238735.html
ขอขอบคุณ : https://goodlifeupdate.com/lifestyle/238735.html

ความสวยความงาม

ความสวยความงาม สาระ ความงาม เคล็ดลับความสวยขาว เคล็ดลับความสวยแบบธรรมชาติ

คนผอมก็หนักใจ! เพราะ “กินเท่าไหร่ก็ไม่อ้วน” อาจไม่ใช่เรื่องดีเสมอไป

คนผอมก็หนักใจ! เพราะ “กินเท่าไหร่ก็ไม่อ้วน” อาจไม่ใช่เรื่องดีเสมอไป

คนที่ผอมและมีความสุขกับการกิน เพราะ “กินเท่าไหร่ก็ไม่อ้วน” ฟังดูแล้วเหมือนจะเป็นเรื่องดีและเป็นเรื่องที่หลายคนอิจฉา แต่ความจริงนั้นเป็นอาจปัญหาและกลายเป็นข้อเสียมากกว่าข้อดี เพราะลักษณะแบบนี้เป็นสัญญาณของปัญหาสุขภาพบางอย่าง

สำหรับสาเหตุของคนที่กินเท่าไหร่ก็ไม่อ้วนนั้นมีหลายอย่างด้วยกัน อย่างเช่น ร่างกายมีระบบเผาผลาญดี ไม่ว่าจะเป็นการย่อยอาหาร การดูดซึมสารอาหาร และการนำพลังงานไปใช้ นอกจากนี้ยังมีปัจจัยบางอย่าง นั่นก็คือรูปแบบการใช้ชีวิตที่ต้องใช้พลังงานปริมาณมากอยู่เสมอ ทำให้พลังงานที่กินเข้าไปนั้นไม่เพียงพอที่จะทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้น

กินเท่าไหร่ก็ไม่อ้วน คนผอม

ส่วนที่บอกว่า “กินเท่าไหร่ก็ไม่อ้วน” อาจเป็นปัญหานั้น เพราะว่ามีโรคภัยไข้เจ็บบางอย่างที่สอดคล้องกับลักษณะนี้ นั่นก็คือ

  • ต่อมไทรอยด์เป็นพิษ
    หากต่อมไทรอยด์ทำงานหนักและหลั่งฮอร์โมนออกมามากกว่าปกติ ทำให้ระบบเผาผลาญทำงานหนักตามไปด้วย ส่งผลให้ประสบปัญหากินแล้วไม่อ้วน น้ำหนักขึ้นยาก น้ำหนักตัวลดโดยไม่มีสาเหตุ เพราะว่าต่อมไทรอยด์นั้นทำหน้าที่สำคัญในการควบคุมฮอร์โมนไทร็อกซิน ที่เกี่ยวข้องกับระบบเผาผลาญ
  • ปัญหาเกี่ยวกับลำไส้
    หากระบบทางเดินอาหารและลำไส้เกิดความผิดปกติ ก็อาจส่งผลต่อการดูดซึมสารอาหารที่จะนำไปเป็นพลังงานของร่างกาย จึงไม่แปลกถ้าใครเป็นเกี่ยวกับลำไส้แล้วจะพบปัญหากินเท่าไหร่ก็ไม่อ้วนหรือปัญหาการเพิ่มน้ำหนัก
  • โรคเรื้อรัง
    โรคเรื้อรังหลายโรคสามารถส่งผลให้สุขภาพร่างกายทรุดโทรมจนอาจเป็นเหตุให้น้ำหนักตัวลดลงโดยไม่ทราบสาเหตุ กินเท่าไหร่ก็ไม่อ้วน หรือประสบปัญหาการเพิ่มน้ำหนัก เช่น มะเร็ง เอชไอวี วัณโรค และปอดอุดกั้นเรื้อรัง

กินเยอะ ไม่อ้วน

อ่านบทความอื่นเพิ่มเติม 

ดูเนื้อหาต้นฉบับ

ที่มา : https://goodlifeupdate.com/lifestyle/238740.html
ขอขอบคุณ : https://goodlifeupdate.com/lifestyle/238740.html

ความสวยความงาม

ความสวยความงาม สาระ ความงาม เคล็ดลับความสวยขาว เคล็ดลับความสวยแบบธรรมชาติ

แชร์ 7 เคล็ดลับง่ายๆ ทำแล้วช่วยให้ผิวสวย เนียนใส แข็งแรงขึ้นเยอะ

ฮายเกิร์ล~ วันนี้เราหยิบสิ่งดีๆ มาบอกต่อกันอีกแล้วค่ะ
ถ้าลองแกล้งๆ ถามว่าใครอยากเป็นเจ้าของผิวสวย & สตรองบ้าง เรามั่นใจว่าทุกคนก็คงพร้อมใจกันยกมือขึ้นสุดแขนแบบไม่ได้นัดหมายแน่นอน เพราะการมีผิวหน้าที่ทั้งสวยและสุขภาพดี ก็ไม่จำเป็นต้องแต่งหน้าเยอะๆ หรือโบกรองพื้นหนาๆ เพื่อกลบปกปิดจุดบกพร่องของผิวหน้านั่นเองค่ะ แล้วทางเราต้องบอกไว้ตรงนี้เลยว่าคุณสาวๆ ก็สามารถสร้างงานผิวสวยๆ ปังๆ ด้วยตัวเอง แบบไม่ต้องจ่ายเงินซื้อคอร์สดูแลผิวหน้าแพงๆ หลักพันหลักหมื่นตามคลินิกเสริมความงามได้เหมือนกันนะ

เพราะเรามี 7 เคล็ดลับง่ายๆ ช่วยให้ผิวสวย เนียนใส แข็งแรง มาแชร์ให้ได้ลองทำตามกัน โดยสามารถทำตามเคล็ดลับเหล่านี้ได้ทุกวัน แถมยังช่วยฟื้นบำรุง ดูแล และปกป้องผิวหน้าแบบครบถ้วนสุดๆ เลยด้วย

1. ทากันแดดทุกวัน และเลือกกันแดดที่มี SPF 30 ขึ้นไป
 

เริ่มด้วยเคล็ดลับดูแลผิวง่ายๆ ด้วยตัวเองข้อแรกที่สาวซิสทุกคนต้องทำตามให้ได้ นั่นก็คือ การทาครีมกันแดดเป็นประจำทุกวัน ค่ะ เพราะแสงแดดและรังสียูวีเรียกได้ว่าเป็นศัตรูตัวฉกาจ ที่มุ่งทำร้ายผิวให้เกิดความหมองคล้ำ สีผิวไม่สม่ำเสมอ แล้วยังทำลายคอลลาเจนในชั้นผิวจนทำให้ผิวขาดความยืดหยุ่น หย่อนคล้อย และริ้วรอยก่อนวัยโผล่มาทักทายเร็วขึ้นด้วย แบบนี้ไม่ว่าจะเป็นวันที่ออกไปเผชิญหน้าท้าแดดนอกบ้าน หรือแม้แต่วันชิลล์ๆ ที่พักผ่อนอยู่ที่บ้านก็ตาม ก็ต้องทาครีมกันแดดทุกๆ วันเพื่อปกป้องผิวหน้าไม่ให้โดยทำร้ายจากแดดและรังสียูวี แล้วก็ควรเลือกครีมกันแดดที่มีค่า SPF 30 ขึ้นไปจะดีที่สุดค่ะ
 
   
2. เลือกรีมูฟเวอร์ / คลีนเซอร์สูตรอ่อนโยนต่อผิว
 

รู้รึเปล่าคะว่าพื้นฐานของผิวสวยและแข็งแรง ต้องเริ่มจากการที่ผิวสะอาดใสไร้สิ่งตกค้าง ขั้นตอนการทำความสะอาดผิวหน้าจึงเป็นสิ่งที่สาวๆ ต้องให้ความสำคัญมากเป็นพิเศษ แล้วไอเทมเด็ดที่จะช่วยทำความสะอาดผิวได้อย่างหมดจดก็ต้องเป็น “ เมคอัพรีมูฟเวอร์ ” และ “ คลีนเซอร์ ” เท่านั้นเลยค่ะ แล้วนอกจากจะต้องเลือกผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิว ที่มีประสิทธิภาพในการขจัดสิ่งสกปรกและคราบเมคอัพแล้ว ก็ควร เลือกรีมูฟเวอร์และคลีนเซอร์สูตรอ่อนโยนต่อผิว ด้วยนะ เพราะหากใช้สูตรที่มีส่วนผสมแรงเกินไป อาจทำลายน้ำมันธรรมชาติที่เคลือบปกป้องผิว จนผิวแห้งและเกิดการระคายเคืองผิวได้นั่นเอง
   
 
3. ล้างหน้าทุกครั้งก่อนเข้านอน
 

ถึงแม้ว่าไลฟ์สไตล์ยุคโควิด – 19 จะต้องใส่หน้ากากอนามัยทุกครั้งเวลาออกจากบ้าน หรือต้องพบเจอผู้คนเยอะๆ แต่เจ้าหน้ากากอนามัยก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อความสวยของผู้หญิงเราเลยนะ เพราะสาวๆ หลายคนก็ยังคงแต่งหน้าเพิ่มพลังความสวยเป๊ะแบบจัดเต็มอยู่ดี เราจึงอยากขอเตือนคนที่ชอบแต่งหน้าว่าต้องไม่ลืม ล้างหน้าทุกครั้งก่อนเข้านอน ด้วยนะคะ เพราะหากนอนหลับไปทั้งๆ ที่ยังมีเมคอัพเต็มหน้า ก็อาจทำให้คราบเครื่องสำอางและสิ่งสกปรกเกาะติดบนหมอนเวลานอนพลิกตัวไปมา แถมเครื่องสำอางและสิ่งสกปรกอาจเข้าไปอุดตันรูขุมขนจนเกิดการอักเสบ และกลายเป็นปัญหาสิวตามมาได้ จึงต้องใช้เมคอัพรีมูฟเวอร์เช็ดคราบเครื่องสำอางออกก่อน แล้วตามด้วยการใช้คลีนซิ่งทำความสะอาดผิวให้หมดจดอีกครั้งค่ะ
 
  
4. ทามอยส์เจอไรเซอร์ทันทีหลังล้างหน้า
 

เคยสังเกตเห็นเหมือนกันมั้ยคะว่าคนที่ผิวหน้ามีความชุ่มชื้นฉ่ำน้ำ ก็จะดูเป็นคนสุขภาพผิวดีกว่าคนที่ผิวแห้งกร้านหรือลอกเป็นขุยๆ แบบนี้สาวซิสจึงต้องขยันเติมความชุ่มชื้นให้ผิวหน้า ด้วยการทามอยส์เจอไรเซอร์บำรุงผิวทุกๆ วัน พอผิวมีความชุ่มชื้นก็จะทำให้ผิวเนียนนุ่ม กระจ่างใส และผิวแข็งแรงขึ้นกว่าเดิม แล้วช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการทามอยส์เจอไรเซอร์ให้ได้ประสิทธิภาพมากที่สุด ก็แนะนำให้ ทามอยส์เจอไรเซอร์ทันทีหลังทำความสะอาดผิว ค่ะ โดยหลังจากที่ล้างหน้าและใช้ผ้าขนหนูซับหน้าเบาๆ ก็ให้ทามอยส์เจอไรเซอร์ได้เลย เพราะช่วงเวลาที่ผิวยังเปียกหมาดๆ ผิวจะดูดซึมมอยส์เจอไรเซอร์ได้ดีขึ้น และเข้าไปเติมความชุ่มชื้นได้ล้ำลึกมากกว่าการทามอยส์เจอไรเซอร์ตอนที่ผิวแห้งสนิทแล้ว
 
  
5. หมั่นผลัดเซลล์ผิวเพิ่มความกระจ่างใส
 

ปกติแล้วคนเราจะมีวงจรการผลัดเซลล์ผิวตามธรรมชาติ เพื่อผลัดเซลล์ผิวเก่าที่เสื่อมสภาพออกไป ไม่ให้อุดตันอยู่บนผิวจนเกิดความหมองคล้ำ แต่สำหรับบางคนวงจรการผลัดเซลล์ผิวตามธรรมชาติอาจเกิดขึ้นช้า หรือผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วออกได้ไม่หมด ไม่ว่าจะเกิดจากอายุที่เพิ่มมากขึ้น มลภาวะที่ผิวต้องเผชิญในแต่ละวัน หรือแสงแดด / รังสียูวีที่รุมเร้าเข้ามาทำร้ายผิว เราจึงอยากแนะนำเคล็ดลับที่จะช่วยให้ผิวสวยใสและแข็งแรงขึ้นง่ายๆ ด้วยการ หมั่นผลัดเซลล์ผิวอย่างสม่ำเสมอ นั่นเองค่ะ เพียงแค่สครับผิวหน้าเป็นประจำอาทิตย์ละ 1 – 2 ครั้ง เท่านี้ก็ช่วยขจัดเซลล์ผิวเก่าที่ตายแล้วออกไปจากผิว พร้อมช่วยกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่ที่เปล่งปลั่งกระจ่างใสและแข็งแรงขึ้นได้แล้ว
    
 
6. เลือกทานอาหารเพิ่มพลังผิวสวยจากภายใน
 

นอกจากจะต้องใส่ใจและให้ความสำคัญกับการดูแลผิวภายนอก ด้วยการทำความสะอาดผิวและทาสกินแคร์บำรุงผิวเป็นประจำแล้ว ก็ควรดูแลผิวให้สวยและแข็งแรงจากภายในด้วยการ เลือกทานอาหารเพิ่มพลังผิวสวย ด้วยนะคะ โดยคุณสาวๆ ควรดื่มน้ำเปล่าอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว เพื่อเติมความชุ่มชื้นให้ผิวไม่แห้งกร้าน พร้อมช่วยขับสารพิษและของเสียออกจากร่างกาย ทำให้ผิวเปล่งปลั่งสดใสขึ้น รวมทั้งควรเลือกทานอาหารให้เหมาะกับสภาพผิวและปัญหาผิวของตัวเอง เช่น ถ้าอยากเพิ่มคอลลาเจนให้ผิวไม่หย่อนคล้อย ก็ควรทานอาหารที่อุดมไปด้วยทองแดงและไลซีน หรือคนที่มีปัญหาสิวก็ควรเน้นทานอาหารที่อุดมด้วยซิงค์และแมกนีเซียม เพื่อช่วยจัดการกับปัญหาสิว เป็นต้น
 
   
7. หาเวลาคลายเครียดอย่างสม่ำเสมอ
 

เคยได้ยินที่คนเขาพูดกันว่า “ ความเครียด ” เป็นภัยเงียบที่ทำลายสุขภาพบ้างรึเปล่าคะ??? เราขอคอนเฟิร์มเลยนะว่าความเครียดมันน่ากลัวจริงๆ เพราะ นอกจากจะทำให้รู้สึกกลุ้มอกกลุ้มใจ หงุดหงิดง่าย อารมณ์ไม่ดี หรือทำให้เจ็บป่วยง่ายและโรคภัยไข้เจ็บถามหาแล้ว เจ้าความเครียดยังส่งผลต่อสุขภาพผิวพรรณด้วยเหมือนกันนะ เหตุผลก็เป็นเพราะว่าช่วงไหนที่เครียดมากๆ ร่างกายจะหลั่ง “ คอร์ติซอล ” หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ “ ฮอร์โมนแห่งความเครียด ” ออกมามากขึ้น ส่งผลให้ผิวมันเยิ้มง่ายและเกิดสิวเห่อขึ้นเต็มหน้า ดังนั้น ถ้าอยากจะดูแลให้ผิวเนียนใสไร้สิวและผิวสุขภาพดีขึ้นกว่าเดิมก็ต้อง หาเวลาคลายเครียดอย่างสม่ำเสมอ ด้วยการทำกิจกรรมที่ตัวเองชอบ / อ่านหนังสือ / ฝึกโยคะ / ออกกำลังกาย ฯลฯ ก็จะช่วยเพิ่มความผ่อนคลาย สบายใจ และลดระดับความเครียดให้เบาบางลงไปได้ค่ะ
 

เห็นมั้ยละคะว่า เคล็ดลับดูแลผิวหน้า ทั้ง 7 ข้อที่เราหยิบมาบอกต่อกันในวันนี้ เป็นเคล็ดลับที่สาวๆ ทุกคนสามารถทำตามได้ง่ายๆ เพียงแค่ใส่ใจเรื่องการรักษาความสะอาดของผิวหน้า เลือกผลิตภัณฑ์สูตรอ่อนโยนต่อผิว ทากันแดดทุกวันเพื่อปกป้องผิวจากแสงแดดและรังสียูวี รวมทั้งปรับเปลี่ยนพฤติกรรมบางอย่างในชีวิตประจำวัน อย่างเรื่องอาหารการกินและการผ่อนคลายตัวเองจากความเครียด หากทำได้ตามที่เราแนะนำไป ก็จะช่วยให้ผิวทั้งสวย แข็งแรง และสุขภาพดีจากภายในสู่ภายนอกได้แน่นอนจ้าา

ดูเนื้อหาต้นฉบับ

ที่มา : https://www.sanook.com/women/186573/
ขอขอบคุณ : https://www.sanook.com/women/186573/

ความสวยความงาม

ความสวยความงาม สาระ ความงาม เคล็ดลับความสวยขาว เคล็ดลับความสวยแบบธรรมชาติ

เปิดโต๊ะสกินแคร์ของ “ดัชเชสเคท” เบื้องหลังพระสิริโฉมเปล่งประกายสดใส

เป็นที่รู้กันว่า ‘ดัชเชสเคท แห่งเคมบริดจ์’ นั้นทรงพระสิริโฉมงดงามอยู่เสมอ ตั้งแต่แฟชั่นฉลองพระองค์จรดเมคอัพลุค ถึงแม้ว่าพระองค์จะทรงยุ่งกับตารางพระราชกรณียกิจและการเป็นพระมารดาให้พระโอรสพระธิดาทั้งสาม พระฉวีก็ยังคงผุดผ่องเปล่งประกายไม่เปลี่ยนแปลง

เจ้าชายวิลเลี่ยม และ ดัชเชสเคท แห่งเคมบริดจ์เจ้าชายวิลเลี่ยม และ ดัชเชสเคท แห่งเคมบริดจ์
แน่นอนว่าดัชเชสเคททรงเลือกเสวยแต่อาหารที่ดีต่อสุขภาพ ทั้งยังโปรดการออกกำลังกาย แต่เคล็ดลับข้อสำคัญเลยก็คือวินัยในการใช้สกินแคร์อย่างสม่ำเสมอ รวมถึงแต่ละผลิตภัณฑ์ยังการันตีผลลัพธ์ว่าไม่ทำให้ผิดหวังแน่นอน และวันนี้เราได้สรุปรวมทุกบิวตี้ไอเท็มบนโต๊ะของดัชเชสเคทมาให้คุณจดตามกันแล้ว ไปดูกันเลย

Trilogy Rosehip Oil Antioxidant+

Trilogy Rosehip Oil Antioxidant+Trilogy Rosehip Oil Antioxidant+
เรารู้มาว่าดัชเชสเคททรงใช้ออยล์เปี่ยมคุณประโยชน์ตัวนี้เพื่อคงพระฉวีเปล่งประกายสดใสระหว่างทรงพระครรภ์เจ้าหญิงชาร์ล็อตต์ โดยออยล์จากแบรนด์ Trilogy นั้นเป็นผลิตภัณฑ์ออร์แกนิก สกัดเย็นจากเมล็ดโรสฮิป ช่วยลดเลือนสัญญาณแห่งวัยรวมถึงรอยแตกลายต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Bobbi Brown Shimmer Brick

Bobbi Brown Shimmer BrickBobbi Brown Shimmer Brick
สื่อ Us Weekly เคยเผยว่าดัชเชสแห่งเคมบริดจ์โปรดการใช้สเปรย์ผิวแทนอยู่ช่วงหนึ่ง ก่อนจะทรงเปลี่ยนมาใช้บรอนเซอร์ของ Bobbi Brown เพราะใช้งานสะดวกกว่า รวมถึงยังให้โทนสีคล้ายคลึงกัน ซึ่งไอเท็มนี้เป็นเคล็ดลับของลุคผิวโกลว์บ่มแดดแบบสุขภาพดีนั่นเอง

Biotulin Supreme Skin Gel

Biotulin Supreme Skin GelBiotulin Supreme Skin Gel
ถัดมาที่บิวตี้ไอเท็มชิ้นสำคัญจากแบรนด์ Biotulin หรือผลิตภัณฑ์ทางเลือกของโบท็อกซ์ โดยเปลี่ยนมาใช้การทาแทนการฉีดเข้าใบหน้า เนื้อผลิตภัณฑ์เป็นโลชั่นให้สัมผัสนุ่มนวลผิว ทั้งยังไม่ก่อให้เกิดความรู้สึกชาบนใบหน้า หรือทำให้ผิวตึงจนไม่สามารถขยับสีหน้าได้อีกด้วย

Bobbi Brown Skin Long-Wear Weightless Foundation SPF15

Bobbi Brown Skin Long-Wear Weightless Foundation SPF15Bobbi Brown Skin Long-Wear Weightless Foundation SPF15

ทาง Bobbi Brown ได้ออกมาเปิดเผยอย่างเป็นทางการว่าเมคอัพอาร์ติสต์ของแบรนด์ ‘แฮนนาห์ มาร์ติน’ คือหนึ่งในทีมที่รังสรรค์ลุคของดัชเชสเคทในวันอภิเษกสมรส นอกจากนี้ยังมีอีกหลายสื่อให้เครดิตว่ารองพื้น Skin Long-Wear Weightless Foundation SPF15 คือไอเท็มชิ้นเด็ดที่เนรมิตผิวสวยไร้ที่ติของดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ในวันงาน

Clarins Natural Lip Perfector

Clarins Natural Lip PerfectorClarins Natural Lip Perfector
มีคนตาดีแอบเห็นดัชเชสเคททรงถือลิปมัน Clarins Natural Lip Perfector แท่งนี้ เนื้อสัมผัสบางเบา ชุ่มชื้น พร้อมเติมสีสันให้เรียวปากดูสดใสสุขภาพดีขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ซึ่งลิปบำรุงรุ่นนี้ของแบรนด์มีหลากหลายเฉดสี แต่ดูเหมือนว่าดัชเชสเคทจะโปรดโทนสี Rose เป็นพิเศษ

Ané Organic Face Cleansing Cloths

Ané Organic Face Cleansing ClothsAné Organic Face Cleansing Cloths
และนี่คือบิวตี้ทิปส์จากดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ที่ทุกคนสามารถทำตามได้ นั่นก็คือการทำความสะอาดใบหน้าด้วยผ้าสำลี โดยอีกหนึ่งเมคอัพอาร์ติสต์วันอภิเษกสมรสของพระองค์ ‘อาราเบลล่า เพรสตัน’ ออกมายืนยันว่าวิธีนี้สามารถทำความสะอาดเครื่องสำอางและสิ่งสกปรกได้ดีกว่าการใช้เครื่องล้างหน้าหรือล้างด้วยฝ่ามือเปล่าๆ

Essie Nail Colour in Allure

Essie Nail Colour in AllureEssie Nail Colour in Allure
จากข้อมูลของสื่อ The Daily Mail ดัชเชสเคทมักทรงให้ ‘มารีน่า แซนโดวัล’ ช่างทำเล็บประจำพระองค์ดูแลพระนขาอยู่เสมอ หรือที่เรียกว่า “โปรแกรมทำเล็บ 60 นาทีฉบับพระราชวงศ์” และในวันอภิเษกสมรสปี 2011 พระองค์ทรงแต่งพระนขาด้วยน้ำยาทาเล็บจาก Essie โทนสี Allure เรียบหรูสุภาพ

Nivea Pure & Natural Day Moisturiser

Nivea Pure & Natural Day MoisturiserNivea Pure & Natural Day Moisturiser

ไม่ใช่ว่าดัชเชสแห่งเคมบริดจ์จะทรงใช้แต่สกินแคร์ลักซ์ชัวรี่ราคาสูงเพียงอย่างเดียว เพราะของราคาดีคุณภาพเยี่ยมพระองค์ก็โปรดเช่นกัน อย่างครีมทาผิวกายจาก Nivea ที่ช่วยเติมความชุ่มชื้นให้ผิวพร้อมล็อกความเนียนนุ่มยาวนานถึง 24 ชั่วโมง ทั้งยังอ่อนโยนต่อผิวแพ้ง่ายอีกด้วย

Lancome Hydra Zen Anti-Stress Night Cream

Lancome Hydra Zen Anti-Stress Night CreamLancome Hydra Zen Anti-Stress Night Cream
ไอเทมชิ้นสุดท้ายคือตัวช่วยสำคัญที่ทำให้ดัชเชสเคททรงพระสิริโฉมเปล่งประกายตลอดเวลา แม้ว่าจะทรงยุ่งกับตารางพระราชกรณียกิจและการเลี้ยงดูพระโอรสพระธิดาทั้งสามพระองค์ พระฉวีของดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ก็ไม่เคยหมองจากความเครียดเลยแม้แต่น้อย นั่นก็เพราะพระองค์ทรงใช้ Lancome Hydra Zen Anti-Stress Night Cream อุดมไปด้วยคุณค่าจากสารสกัดของพืชพรรณ ช่วยฟื้นฟูผิวจากความเครียด ทั้งยังปกป้องผิวจากมลภาวะต่างๆ อีกด้วย

ดูเนื้อหาต้นฉบับ

ที่มา : https://www.sanook.com/women/186529/
ขอขอบคุณ : https://www.sanook.com/women/186529/

ความสวยความงาม

ความสวยความงาม สาระ ความงาม เคล็ดลับความสวยขาว เคล็ดลับความสวยแบบธรรมชาติ

5 เทคนิคทาลิปสติกแบบมือโปร ที่หลายคนยังไม่รู้

แต่งหน้าแล้วจะปล่อยให้ปากซีดเหมือนคนป่วย มันก็ทำให้ลุคแต่งหน้าไม่เป๊ะ แถมยังทำให้ดูเหมือนแต่งหน้ายังไม่เสร็จอีกด้วย เป็นเหตุผลที่แต่งหน้าแล้วเราต้องทาลิปสติกกัน แต่ถ้าใครเจอปัญหา ไม่ว่าจะทาลิปสติกแล้วลิปไม่ติดทน หรือทาแล้วไม่เรียบเนียน ไม่ต้องห่วงค่ะ เพราะเราได้รวมทิปส์ทาลิปสติกแบบที่ช่างแต่งหน้ามือโปรนิยมใช้ มาบอกกันหมดเปลือกไปเลยค่า!

ทาลิปแล้วเป็นขุย แก้ได้ด้วยการสครับปาก


สำหรับใครที่ทาลิปสติกแล้วแห้งเป็นขุย ลิปสติกตกร่องไม่เรียบเนียน ลองใช้แปรงสีฟันขัดเบาๆ บนริมฝีปากระหว่างแปรงฟัน หรือจะหมั่นสครับปากด้วยน้ำตาล หรือลิปสครับเป็นประจำ โดยเฉพาะก่อนทาลิปสติก เพื่อเป็นการผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วออก ริมฝีปากจะเรียบเนียน ทาลิปสติกได้สวยและลดริมฝีปากคล้ำได้อีกด้วย วิธีนี้จะช่วยให้ทาลิปติดทนมากขึ้นด้วยค่ะ

แก้ลิปตกร่องง่ายๆ แค่ทาลิปมันทิ้งไว้ก่อนแต่งหน้า


เพราะสาเหตุของลิปสติกตกร่อง ก็คือปากที่แห้งจนมีร่องลึก วิธีแก้ง่ายๆ ก็คือหลังล้างหน้าเสร็จ ให้ทาลิปมันทิ้งเอาไว้ก่อนเลยค่ะ จากนั้นจึงทาครีมบำรุง กันแดด และเริ่มแต่งหน้า เมื่อถึงเวลาทาลิปสติก ลิปมันก็จะเข้าไปเพิ่มความชุ่มชื้นให้ริมฝีปากนุ่มกำลังดี สามารถทาลิปได้ง่าย เกลี่ยง่าย ไม่ตกร่องอีกต่อไป

ทาแล้วสีลิปเพี้ยนไม่ตรงปก ต้องกลบคอนซีลเลอร์ก่อน


ริมฝีปากของแต่ละคนจะมีสีไม่เหมือนกัน โดยเฉพาะสาวๆ ที่มีริมฝีปากคล้ำ เวลาที่ทาลิปจะทำให้สีลิปสติกเพี้ยนไม่สวยตรงใจ ดังนั้นก่อนทาลิปทุกครั้ง จึงควรใช้คอนซีลเลอร์หรือรองพื้นที่เหลือติดฟองน้ำอยู่ เอามาตบบางๆ ที่ขอบปาก ไล่เข้ามาที่ริมฝีปาก เพื่อกลบสีเดิมของปาก ให้สามารถทาลิปสติกได้ตรงปก สีไม่เพี้ยน

แค่เม้มปากกับทิชชู ก็แก้ปัญหาลิปติดฟันได้แล้ว


หมดความมั่นใจกันไปเท่าไหร่แล้วเวลาที่ลิปติดฟัน ใครที่ไม่อยากลิปติดฟันให้เสียความมั่นใจ ควรทาลิปให้พอดีและไม่ทาด้านในริมฝีปากมากเกินไป และอีกเคล็ดลับง่ายๆ ที่ควรหมั่นทำเป็นประจำหลังทาลิป นั่นคือการเม้มปากลงบนกระดาษทิชชู เพื่อให้ลิปสติกส่วนเกินติดไปกับกระดาษ ไม่เยิ้มมาติดฟันให้ยิ้มแล้วเสียเซลฟ์อีกต่อไปนะจ๊ะ

ทาลิปเลอะเกินขอบปาก ก็เก็บให้เป๊ะได้ด้วยคอนซีลเลอร์


อีกปัญหากวนใจคือหลายคนมักจะทาลิปแล้วเลอะเทอะขอบปาก โดยเฉพาะเวลาทาลิปสีเข้มๆ ถ้าไม่เป๊ะจะดูเลอะเทอะแทน แต่เราสามารถแก้ปัญหาได้แบบง่ายๆ ด้วยการใช้แปรงแตะคอนซีลเลอร์มาเก็บรายละเอียดรอบขอบปาก เพื่อลบลิปสติกส่วนเกินเหล่านี้ออก แล้วเบลนด์เบาๆ ให้คอนซีลเลอร์กลืนไปกับผิว แค่นี้ก็ได้ปากเป๊ะปัง ไม่ดูเลอะเทอะแล้วค่ะ

เก็บเอาใช้เวลาที่ทาลิปสติกแล้วหงุดหงิดกับปัญหาเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้กันได้ จะได้มีปากสวยๆ ลุคแต่งหน้าเป๊ะๆ เพิ่มความมั่นใจให้ตัวเองกันนะคะ

ดูเนื้อหาต้นฉบับ

ที่มา : https://www.sanook.com/women/186569/
ขอขอบคุณ : https://www.sanook.com/women/186569/

บัตรกดเงินสด ซิตี้ เรดดี้เครดิต

บัตรเครดิต ซิตี้ ลาซาด้า

บัตรเครดิตซิตี้ แกร็บ

บัตรเครดิต ซิตี้ แคชแบ็ก แพลตตินั่ม

บัตรเครดิต ซิตี้ รีวอร์ด