บัตรเครดิต ซิตี้ พรีเมียร์

วิธีทำให้รักแร้เรียบเนียน ด้วยวิธีธรรมชาติ

เป็นธรรมชาติที่หลายคนจะมีใต้วงแขนที่ดูคล้ำหรือไม่เรียบเนียน แต่ก็ทำให้รู้สึกกังวลและไม่มั่นใจที่จะใส่เสื้อแขนกุด เปิดไหล่ สายเดี่ยวที่ต้องมีการโชว์ใต้วงแขน ซึ่งไม่พร้อมจะโชว์ เลยทำให้แต่งตัวไม่สนุก เพราะกังวลกับใต้วงแขนมาตลอด สาวสายแฟมันอดไม่ได้ ต้องลุกขึ้นมาจัดการกับวงแขนให้กลับมาเรียบเนียนพร้อมโชว์กันสักหน่อย


ซึ่งวันนี้เราก็มีวิธีช่วยแบบธรรมชาติมาฝากกันค่ะ ดีกับคนที่ใช้ครีมและโรลออนแล้ว ก็อยากเสริมด้วยวิธีธรรมชาติ จะได้ใต้วงแขนให้ดูเรียบเนียนแบบเห็นผล พร้อมบำรุงในตัวไปด้วย จะมีวิธีไหน ตามมาจดด้วยกันเลย

ใช้ไข่ขาวกับแป้งข้าวโพด มาสก์ขนรักแร้ออก


หลายคนน่าจะเคยลองไข่ขาวสำหรับลอกสิวเสี้ยนบริเวณจมูกกันแล้ว ซึ่งไข่ขาวก็สามารถช่วยดึงเอาขนเราออกได้เหมือนกัน แต่ต้องเพิ่มตัวช่วยอย่างแป้งข้าวโพดและน้ำตาลเพื่อเพิ่มให้เกาะตัวได้ดีขึ้น ผสมให้เข้ากันดี ก็นำมาป้ายใต้วงแขน แต่ต้องยกแขนค้างไว้จนกว่าจะแห้งดี แล้วลอกออกค่ะ ไข่ขาวก็จะช่วยดึงเอาเส้นขนหลุดออกได้ดีขึ้น เป็นอีกวิธีกำจัดขนใต้วงแขนเลย ใครที่แพ้ครีมกำจัดขน ใช้วิธีนี้ช่วยก็ได้ ทำอาทิตย์ละครั้ง ก็จะทำให้ผิวใต้วงแขนดูเรียบเนียนและขาวขึ้นได้

มาสก์ด้วยโยเกิร์ตกับมะนาว


สูตรนี้จะช่วยเร่งการผลัดเซลล์ผิว ลดปัญหาใต้วงแขนคล้ำเสีย ช่วยให้ผิวใต้วงแขนดูขาวและเรียบเนียนขึ้น ใช้โยเกิร์ตและน้ำมะนาว อย่างละ 2-3 ช้อนโต๊ะ ผสมให้เข้ากันแล้วค่อยนำมามาสก์ใต้วงแขนทิ้งไว้ 20-30 นาที ก่อนล้างออก ทำเป็นประจำอาทิตย์ละ 2-3 ครั้ง ผิวใต้วงแขนก็จะดูสวยเป็นธรรมชาติได้

แว็กซ์ด้วยน้ำตาลกับน้ำมะนาว


อีกหนึ่งสูตรกำจัดขนรักแร้ออกแบบธรรมชาติ จะใช้น้ำตาล 1 ถ้วย ผสมกับน้ำมะนาวครึ่งลูก ถ้ามีน้ำผึ้งจะยิ่งช่วยให้ผิวดูเรียบเนียนขึ้น ผสมให้เข้ากัน ทำให้ร้อนจนส่วนผสมละลายเข้ากันทั้งหมด คนไปเรื่อยๆ จนเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลก็ปิดไฟ ทิ้งไว้ให้อุ่นก็นำมาใช้ได้ โดยจะทาลงบนขนรักแร้แล้วปล่อยให้แห้ง แล้วลอกออก ทำอาทิตย์ละ 1 ครั้ง จะช่วยลดขน ผิวก็จะดูเรียบเนียนมากขึ้น เมื่อทำเป็นประจำ

สครับผิวด้วยขมิ้นกับเบคกิ้งโซดา


สครับกำจัดเซลล์ผิวหมองคล้ำ และยังช่วยให้ขนดูจางลงอีกด้วย โดยผสมขมิ้น 1 ช้อนโต๊ะกับเบคกิ้งโซดา 2 ช้อนโต๊ะ ผสมน้ำเล็กน้อยให้เป็นเนื้อครีม นำทาใต้วงแขนทิ้งไว้จนแห้ง แล้วค่อยๆ สครับ ให้หลุดออกหมดแล้ว ก็ล้างออกได้เลย เช็ดให้แห้งก็จะเห็นได้ว่า ใต้วงแขนจะดูเรียบเนียนขึ้น ทำอาทิตย์ละ 2-3 ครั้งค่า

มาสก์ด้วยน้ำผึ้งกับมะขามเปียก


สูตรมาสก์ผิวที่ช่วยให้ผิวดูกระจ่างใสเป็นธรรมชาติ ใช้กับใต้วงแขน ก็จะทำให้ผิวใต้วงแขนดูเรียบเนียน และขาวขึ้นแบบเป็นธรรมชาติ แถมยังช่วยให้ผิวชุ่มชื้นไม่แห้งเสีย ดูเป็นหนังไก่ด้วยนะคะ ใช้น้ำมะขามเปียกกับน้ำผึ้งผสมให้เข้ากัน แล้วทาทิ้งไว้จนแห้ง แล้วล้างออก ทำเป็นประจำ ผิวใต้วงแขนก็จะดูขาวและเรียบเนียนเป็นธรรมชาติ

ใครที่มีปัญหาเรื่องผิวบริเวณใต้วงแขน ไม่ว่าจะเรื่องความคล้ำเสีย หนังไก่ ดูไม่เรียบเนียน ก็สามารถจดสูตรไปทำเองที่บ้านได้นะคะ เป็นการช่วยดูแลผิวใต้วงแขนให้ฟื้นฟูและดีขึ้นแบบเป็นธรรมชาติได้ค่ะ

ดูเนื้อหาต้นฉบับ

ที่มา : https://www.sanook.com/women/179633/
ขอขอบคุณ : https://www.sanook.com/women/179633/

Swisse เปิด 5 เคล็ดลับเลือกสกินแคร์ดูแลผิวหน้าไม่ให้โทรม

แม้ Work from home ทำให้เราไม่ได้เจอกับมลภาวะหรือมลพิษทางอากาศที่เป็นศัตรูตัวฉกาจกับผิวหน้าของเรา รวมทั้งยังไม่ต้องตื่นเช้ามา Makeup ให้อึดอัดผิว แต่ทำไม! ผิวของเรายังดูล้า ไม่สดใส ประชุมวีดิโอคอลทีก็ไม่กล้าเปิดกล้องเผยลุคโทรมให้ใครเห็น นั่นก็เป็นเพราะ ถึงแม้เราจะไม่โดนมลภาวะภายนอกมาทำร้ายผิว แต่การทำงานที่หนักเกินไป อยู่หน้าจอคอมหรือจอโทรศัพท์นานๆกับแสงสีฟ้า ความเครียดที่สะสม หรือการรับประทานอาหารที่ไม่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ ก็ล้วนส่งผลต่อสุขภาพผิวให้หมองคล้ำ มีริ้วรอยและอาจเกิดจุดด่างดำขึ้นได้ทั้งนั้น  ดังนั้นเราจึงไม่ควรการ์ดตกในการดูแลผิว และยิ่งต้องบำรุงและฟื้นฟูให้ผิวแข็งแรงยิ่งขึ้น เพื่อเผยออร่าความสุขภาพดีของผิวแบบไม่ต้องง้อ Makeup

แต่ใครที่ยังไม่รู้ว่า เมื่อเจอปัญหาผิวแบบนี้จะต้องมีวิธีการดูแลหรือควรใช้อะไรดี วันนี้เราจะมาแบ่งปัน 5 เคล็ดลับการเลือกสกินแคร์เพื่อดูแลผิวที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการ และควรเลือกจากส่วนผสมที่อุดมด้วยคุณประโยชน์จากธรรมชาติ อย่างผลิตภัณฑ์จากแบรนด์ Swisse (สวิสเซ) แบรนด์ดังเพื่อสุขภาพและความงาม อันดับ 1 จากประเทศออสเตรเลีย ที่เฟ้นหาและคัดสรรสุดยอดวัตถุดิบจากธรรมชาติจากทั่วทุกมุมโลก ตอบโจทย์ความ Clean Beauty ให้คุณมั่นใจด้วยผิวที่แข็งแรง มีออร่า แลดูสุขภาพดี เพื่อค้นพบตัวคุณที่ดีกว่า และมีสุขภาพและความงามที่ดีจากภายในสู่ภายนอกอย่างแท้จริง

1.       สายผิวอ่อนแอ แลดูอ่อนล้า ต้องเน้นบำรุง เสริมผิวให้แข็งแรง


ใครที่เป็นสายผิวอ่อนแอ โดนแดดนิด โดนลมหน่อยก็แดงหรือแพ้ง่าย อยากแนะนำให้เริ่มต้นด้วยการเลือกสกินแคร์ที่เน้นไปที่การบำรุงให้ผิวแข็งแรง โดยให้ดูจากส่วนผสมของสกินแคร์นั้นว่ามีตัวที่เน้นบำรุงและฟื้นฟูผิวให้แข็งแรงหรือไม่ อย่างผลิตภัณฑ์ของ Swisse หลายตัวก็มีส่วนผสมที่เข้ามาช่วยดูแลเรื่องผิวแข็งแรง ไม่ว่าจะเป็น สารสกัดจาก โรสฮิป ที่อุดมด้วยสารอาหารผิว อย่างกรดไขมัน โอเมก้า 3 และ 6 ช่วยบำรุงให้ผิวชุ่มชื้น น้ำมันจากสวีท อัลมอนด์ ที่ช่วยบำรุงผิว และแครนเบอร์รี่ ที่ช่วยทำความสะอาดผิวอย่างลึกล้ำ กระชับรูขุมขน

โดยมีอยู่ในเซ็ตบำรุงผิวให้แข็งแรง ประกอบไปด้วย Sweet Almond Gentle Cream Cleanser, Rosewater Hydrating Mist Toner, Rose Hip Nourishing Cream Moisturiser, Rose Hip Antioxidant Facial Oil,  Cranberry Pore Perfecting Clay Mask เรียกว่าครอบคลุมตั้งแต่ทำความสะอาดผิว จนถึงขั้นดูแลและบำรุงผิวกันไปเลย

2.       หน้าเป็นสิว ผิวขาดสมดุล ต้องควบคุมความมัน สร้างบาลานซ์ให้ผิว


เชื่อว่าหลายคนน่าจะเจอกับปัญหาหน้ามันกันบ่อย เพราะอากาศในเมืองไทย ต่อให้อยู่แต่ในบ้านหน้าก็เมือกได้ ซึ่งความมันบนผิวนี่แหละที่เป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เกิดสิวบนใบหน้า และผิวขาดความสมดุล ทางที่ดีควรเลือกสกินแคร์ที่ซึบซาบเข้าผิวไว ไม่ทิ้งความเหนอะหนะไว้บนใบหน้า แต่ก็ต้องไม่ทำให้ผิวหน้าแห้ง เพื่อรักษาสมดุลของผิวไปด้วย อย่างเซ็ตสร้างสมดุลให้ผิว จาก Swisse ที่มีส่วนประกอบหลักเป็น โอลีฟ และ เอคไคเนเซีย พืชที่มีชื่อเสียง และนิยมมากในแถบยุโรปและอเมริกา เพื่อสร้างสมดุลให้ผิว อโรเวรา ที่ให้ความรู้สึกเย็นสดชื่นและผิวชุ่มชื้น สารสกัดจากชาเขียวมัทฉะ ช่วยปกป้องผิวจากสารพิษและมลภาวะต่างๆ และสารสกัดจากแตงกวา ที่ช่วยให้ผิวรู้สึกผ่อนคลาย เป็นต้น

และมีใน Micellar Makeup Removing Cleansing Water, Olive Leaf Deep Cleansing Gel และ Matcha Tea Clay Mask

3.       ริ้วรอยก่อนวัย ไม่ใช่เรื่องตลก! ต้องเร่งฟื้นฟูเพื่อผิวเรียบเนียน

กับการทำงานที่หักโหมเอย นอนดึกเอย และความเครียดต่างๆเอย ล้วนเป็นตัวเร่งให้เรามีริ้วรอยก่อนวัย สกินแคร์ที่ช่วยฟื้นฟูผิวให้ยืดหยุ่นและลดเลือนริ้วรอยส่วนใหญ่จึงต้องเน้นให้ความชุ่มชื้นกับผิว เพราะหากผิวขาดน้ำหรือแห้งก็จะทำให้เกิดริ้วรอยได้ง่ายขึ้นนั่นเอง สำหรับ Swisse ก็มีเซ็ตผลิตภัณฑ์ที่ช่วยในเรื่องนี้เช่นกัน และมีส่วนผสมที่น่าสนใจ อย่าง ออแกนิค อาร์แกน ออยล์ ที่ผ่านการรับรอง และอุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระหลายอย่าง เช่น วิตามินอี, เฟรูลิค แอซิด, และกรดไขมัน โอเมก้า 6 และ 9 ช่วยบำรุงเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว เต่งตึง และปกป้องผิวจากริ้วรอยแห่งวัย และยังมี น้ำมันเกรปซีด ที่ช่วยบำรุงและเสริมความแข็งแรงให้กับชั้นผิว

โดยสามารถพบได้ใน Argan Youthful Facial Oil และ Argan Revitalising Eye Cream

4.       เสริมออร่า ด้วยความผิวโกล์ว เปล่งปลั่งแบบสุขภาพดี


ต้องยอมรับว่าความผิวโกล์วตอนนี้ยังคงเป็นเทรนด์ที่หลายๆคนให้ความสนใจ โดยต้องอาศัยหลายปัจจัย ทั้งการพักผ่อนและการดื่มน้ำอย่างเพียงพอด้วย ขณะเดียวกันสกินแคร์ที่จะช่วยเรื่องนี้ก็ต้องเน้นที่การบำรุงให้ผิวดูอิ่มฟูและชุ่มชื้น อย่างผลิตภัณฑ์ดูแลผิวของ Swisse ที่เน้นสารสกัดจาก น้ำผึ้งมานูก้า จากต้นมานูก้า ประเทศนิวซีแลนด์ ที่ให้คุณประโยชน์ มากกว่าน้ำผึ้งทั่วไปถึง 4 เท่า และอุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยให้ผิวแลดูชุ่มชื้น กระจ่างใส เมื่อนำมารวมกับโคลนสีขาวจากออสเตรเลียและชาร์โคล ใน Manuka Honey Clay Mask ก็จะช่วยทำความสะอาดผิวอย่างลึกล้ำ กำจัดสิ่งสกปรกและเซลล์ผิวที่ตายแล้ว ช่วยลดขนาดรูขุมขนบนใบหน้าให้แลดูเล็กลง เผยผิวชุ่มชื้นแลดูสุขภาพดี การันตีด้วยยอดขายอันดับ 1 ของสกินแคร์ในออสเตรเลีย

5.       เพิ่มความกระจ่างใส ให้คุณ Shine ที่สุด


การเพิ่มความกระจ่างใส ไม่ใช่แค่การทำให้ผิวของเราไบร์ทขึ้นเท่านั้น แต่ต้องปรับสีผิวของเราให้สม่ำเสมอ น่ามอง และจะทำให้คุณดู Shine ที่สุด สกินแคร์ที่เลือกใช้จึงต้องมีส่วนประกอบที่สามารถปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ พร้อมดึงความกระจ่างใสของผิวขึ้นมาได้ด้วย อย่าง สารไนอาซินาไมด์ธรรมชาติ ที่ช่วยให้สีผิวกระจ่างใสขึ้นอย่างเห็นได้ชัด หรือ สารสกัดจากผลส้มเลือดจากเมืองซิซิลี่ ประเทศอิตาลี ที่ช่วยเผยผิวความกระจ่างใส เปล่งปลั่ง เรียบเนียน ซึ่งทั้ง 2 ตัว ก็อยู่ในเซ็ตผิวกระจ่างใส จาก Swisse ได้แก่ Blood Orange Brightening Cream Moisturiser,  Blood Orange Brightening Facial Serum และ Blood Orange Brightening Clay Mask


พบกับผลิตภัณฑ์เซ็ตสกินแคร์เหล่านี้ และวิตามินอาหารเสริมจากแบรนด์ SWISSE (สวิสเซ) ได้แล้วที่ร้านวัตสัน วัตสันออนไลน์ ลาซาด้าและช้อปปี้ โปรโมชั่นพิเศษ! เมื่อช้อปสินค้าของสวิสเซทุกชนิดผ่านทางร้านวัตสัน และวัตสันออนไลน์ https://bit.ly/3y21mP3 รับส่วนลดไปเลย 20% ทันที ตั้งแต่วันนี้ จนถึง 24 สิงหาคม 2564 และลดเพิ่มอีก 50 บาท เมื่อช้อปสินค้าของ SWISSE เท่าไหร่ก็ได้ ผ่านทางวัตสันออนไลน์ เพียงพิมพ์ Code: SWISSE50 ใช้ได้ตั้งแต่วันนี้ ถึง 31 สิงหาคมนี้ เท่านั้น!! รีบไปช้อปกันได้เลย

ติดตามรายละเอียดผลิตภัณฑ์ โปรโมชั่น และกิจกรรมดีๆเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊กเพจ https://www.facebook.com/SwisseThailand.Official และ อินสตาแกรม https://www.instagram.com/swisseth/

ดูเนื้อหาต้นฉบับ

ที่มา : https://www.sanook.com/women/179501/
ขอขอบคุณ : https://www.sanook.com/women/179501/

น้ำมันมะกอก ทางเลือกเพื่อสุขภาพสำหรับทุกวัย ที่ใครๆ ก็แนะนำ

น้ำมันมะกอก ทางเลือกเพื่อสุขภาพสำหรับทุกวัย ที่ใครๆ ก็แนะนำ

ในช่วงเวลาที่คนไทยยังคงต้องดู แลเรื่องของสุขภาพและความปลอดภั ยท่ามกลางการระบาดระลอกใหม่ ของโควิด-19 อยู่นี้ ผู้คนยังให้ความสำคัญกับการหั นมาพัฒนาสุขภาพและการกระตุ้นภู มิคุ้มกันกันมากขึ้นด้วย ซึ่งนอกเหนือจากการรักษาระยะห่ างทางสังคมและล้างมือบ่อยๆ แล้ว เรื่องของโภชนาการและการเลือกส่ วนประกอบอาหารให้เหมาะสมก็เป็ นเรื่องสำคัญสำหรับคนทุกวัย แต่ใครจะเชื่อว่าในเวลานี้น้ำมันมะกอกก็มีประโยชน์มากกว่าที่เราคิด

ผลการศึกษาเมื่อเร็วๆ นี้โดยสมาคมโรคหัวใจแห่งสหรั ฐอเมริกา หรือ American Heart Association[1] ได้เผยให้เห็นว่า น้ำมันมะกอกถือเป็นส่ วนประกอบสำคัญในการทำอาหารที่มี ประโยชน์ โดยผู้ที่รับประทานน้ำมั นมะกอกเป็นประจำนั้น มีความเสี่ยงน้อยกว่าที่จะเกิดโ รคหัวใจและหลอดเลือด โรคความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดสมอง และภาวะไขมันในเส้นเลือดสูง

นอกจากนี้ รายงานจากโครงการ “อาหารไทย หัวใจดี” มูลนิธิหัวใจแห่ งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ และคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ก็แสดงให้เห็นว่าน้ำมันมะกอกนั้ นจัดเป็นน้ำมันที่ดีต่อสุ ขภาพเป็นอันดับต้นๆ อีกด้วย เพราะว่าสามารถช่ วยในการลดความเสี่ยงต่อโรคที่ เป็นที่รู้จักกันอย่างดี เช่น โรคเบาหวาน โรคมะเร็ง โรคหัวใจและหลอดเลือด เนื่องจากน้ำมันมะกอกมีโพลีฟี นอลอยู่สูง อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ และไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวซึ่ งสามารถช่วยลดความดันและความเสี่ ยงในการเกิดโรคหัวใจ นอกจากนี้ยังมีวิตามินอี วิตามินเค และโอเมก้าด้วย ดังนั้นจึงถือเป็นสิ่งสำคัญที่ ผู้สูงอายุจะต้องได้รับประโยชน์ จากอาหารให้ได้มากที่สุดในช่ วงภาวะโรคระบาดแบบนี้

อย่างไรก็ตาม ไม่ได้มีเพียงแค่ผู้สูงอายุเท่านั้นที่จะได้รับประโยชน์จากน้ำมันมะกอก เพราะว่า พญ. พรนิภา ศรีประเสริฐ กุมารแพทย์เจ้าของเพจ “เรื่องเด็กๆ by หมอแอม” ได้เผยว่าน้ำมันมะกอกนั้นยังเปี่ยมไปด้วยประโยชน์ต่อทารกที่มีอายุเกิน 6 เดือนขึ้นไปด้วย

“น้ำมันมะกอกสูตรเอ็กซ์ตร้าเวอร์จิ้น มีส่วนประกอบของโอเมก้า 3 และ โอเมก้า 6 ในปริมาณใกล้เคียงกับน้ำนมแม่ รวมทั้งมีกรดลิโนเลอิกในปริมาณใกล้เคียงกัน ซึ่งช่วยในเรื่องของการสร้างระบบประสาทและพัฒนาการทางสมองของเด็กได้เป็นอย่างดี โดยคุณพ่อคุณแม่สามารถเริ่มใช้น้ำมันมะกอกในการประกอบอาหารให้แก่ลูกๆ ได้ตั้งแต่เมื่อพวกเขาเริ่มรับประทานอาหารแข็ง หรือเริ่มเคี้ยวได้” พญ. พรนิภา กล่าว

นอกจากนี้ พญ. พรนิภา ยังได้แบ่งปันประโยชน์ดีๆ จากน้ำมันมะกอกที่มีต่อลูกน้อยดังนี้

  • บรรเทาอาการท้องผูก

ลูกน้อยโตขึ้นทุกวัน และร่างกายก็เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา อาการท้องผูกอาจจะเป็นปัญหาที่หลายบ้านต้องเจอ แต่สามารถแก้ได้ไม่ยาก โดยคุณพ่อคุณแม่สามารถนำน้ำมันมะกอกมาประกอบอาหารเพื่อช่วยระบบขับถ่าย หรืออีกหนึ่งวิธี คือการนำน้ำมันมะกอกอุ่นๆ มาลูบเบาๆ ไปตามเข็มนาฬิกาบริเวณหน้าท้องของลูกก็ได้

  • บรรเทาอาการไอ

น้ำมันมะกอกมีส่วนประกอบทางธรรมชาติที่สามารถช่วยบรรเทาอาการไอได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีส่วนช่วยในการฟื้นฟูภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติด้วย คุณพ่อคุณแม่สามารถบรรเทาอาการไอของลูกน้อยและทำให้เขาหลับง่ายขึ้นได้ โดยการผสมน้ำมันมะกอกเพียง 3-4 ช้อนชา กับน้ำมันธรรมชาติอื่นๆ เช่น น้ำมันเปปเปอร์มิ้นท์ หรือน้ำมันยูคาลิปตัส แล้วนำมาลูบบริเวณหน้าอกและหลังของลูกน้อยก่อนนอน

  • เพิ่มความชุ่มชื่นให้กับผิว

แน่นอนว่าคุณพ่อคุณแม่ย่อมอยากที่จะให้ลูกน้อยมีผิวที่ชุ่มชื่นผ่านการดูดซึมสารที่มีประโยชน์ เพื่อจะได้รู้สึกสบายอยู่ตลอดเวลา แต่ทุกวันนี้ลูกน้อยในหลายๆ บ้านอยู่ในห้องแอร์หรือโดนพัดลมเป่าอยู่เป็นประจำ ซึ่งทำให้ผิวแห้งและแพ้ง่าย น้ำมันมะกอกนั้นอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระและวิตามินต่างๆ ซึ่งสามารถทำหน้าที่เป็นสารให้ความชุ่มชื่นตามธรรมชาติที่เหมาะกับทุกวัย รวมถึงทารกที่มีอายุมากกว่า 6 เดือนด้วย พญ. พรนิภา แนะนำให้ทาน้ำมันมะกอกสูตรเอ็กซ์ตร้าเวอร์จิ้นเล็กน้อยลงบนผิว เพื่อลดอาการแห้งกร้าน และช่วยให้เด็กๆ ผ่อนคลาย

ในขณะที่เรายังคงต้องเดินหน้ารักษาสุขภาพและร่างกายให้แข็งแรงในช่วงที่ต้องอยู่บ้านกันนี้เราไม่ควรมองข้ามเรื่องของอาหารการกินที่จะมีส่วนช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกัน เพราะว่าเป็นสิ่งสำคัญสำหรับคนทุกวัย น้ำมันมะกอกเพียงขวดเดียวสามารถมอบประโยชน์อันหลากหลายให้กับทุกคนในครอบครัวได้ หากคุณต้องการศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม สามารถปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญ และขอคำแนะนำรวมทั้งข้อมูลเพิ่มเติมในการเลือกรับประทานที่มีประโยชน์ได้เพื่อสุขภาพที่ดีของทุกคน

cr : [1] Journal of the American College of Cardiology, Olive Oil Consumption and Cardiovascular Risk in U.S. Adults, 2020 Apr.

ดูเนื้อหาต้นฉบับ

ที่มา : https://goodlifeupdate.com/lifestyle/231238.html
ขอขอบคุณ : https://goodlifeupdate.com/lifestyle/231238.html

6 วิธีป้องกันไม่ให้ผิวลอกเป็นขุย เผยความเป๊ะของผิวหน้าอย่างมั่นใจ

สำหรับสาวๆ หลายคนการมีผิวหน้าที่เนียนเป๊ะ ก็คือผิวหน้าที่ไม่ลอกเป็นขุย ซึ่งปัญหาผิวลอกนั้นเกิดจากการที่ผิวโดนแดดเผา รวมทั้งมีอาการแพ้น้ำหรือแพ้ผลิตภัณฑ์ที่ใช้นั่นเอง ดังนั้นสาวๆ คนไหนที่มีปัญหาผิวลอกเป็นขุย วันนี้เราจะชวนให้มาป้องกันพร้อมทั้งรักษาผิวลอกให้กลับมาเนียนสวยอย่างเป็นธรรมชาติกันอีกครั้ง จะต้องทำอย่างไรกันบ้างนั้นไปติดตามอ่านพร้อมกันเลย

1.ล้างหน้าด้วยน้ำเย็น
เมื่อสาวๆ เริ่มสังเกตเห็นว่าผิวหน้าเริ่มลอก หรือมีขุยขาวๆ ไม่ว่าจะเป็นแค่บางจุดหรือลอกเป็นแผ่น ให้รีบรักษาด้วยวิธีเบื้องต้นก่อนเลย นั่นก็คือการล้างหน้าด้วยน้ำเย็น เพราะน้ำเย็นมีคุณสมบัติช่วยปรับสภาพผิวหน้าให้ดีขึ้นได้ แม้แต่ในกรณีที่มีผิวไหม้ตามร่างกายก็สามารถใช้น้ำเย็นแทนน้ำธรรมดาในการอาบได้เช่นกัน


2.ทาครีมกันแดดเสมอ
อย่างที่สาวๆ ทราบกันดีอยู่แล้วว่าครีมกันแดดสำคัญสำหรับผิวของคนเราอย่างมาก ดังนั้นหากไม่ต้องการให้ผิวหน้าลอกก็ควรหมั่นทาครีมกันแดดทุกวัน หรือหากผิวหน้าลอกเป็นขุยอยู่แล้วก็ควรบังคับตัวเองให้ต้องทาครีมกันแดดอยู่เสมอ หากปล่อยให้ผิวหน้าที่ลอกเป็นขุยเผชิญกับแสงแดดโดยตรง ซึ่งไม่ได้ทาครีมกันแดดป้องกันแต่อย่างใดเลย ก็จะยิ่งเป็นการทำให้ผิวลอกเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม

3.บำรุงด้วยผลิตภัณฑ์ที่มีความเข้มข้น
เหตุผลที่จะต้องบำรุงผิวลอกเป็นขุยด้วยผลิตภัณฑ์หรือมอยเจอร์ไรเซอร์ที่มีความเข้มข้นก็เพื่อให้ผิวหน้ากลับมาดีขึ้นในเร็ววันนั่นเอง ซึ่งในช่วงที่ผิวลอกไม่ควรเปลี่ยนครีมเด็ดขาด แต่ให้เน้นใช้ตัวเดิม โดยการทาผลิตภัณฑ์ตัวดังกล่าวให้เป็นประจำ อาจจะเพิ่มปริมาณที่ใช้มากกว่าปกติ เมื่อผิวหน้ากลับมาอยู่ในสภาพเดิม จึงค่อยลดปริมาณที่ใช้ตามปกติเช่นเดิม


4.มาสก์หน้า
การมาสก์หน้าคือวิธีที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื่นให้กับผิวหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้นผิวหน้าลอกเป็นขุยจึงสามารถรักษาและป้องกันได้ด้วยการมาสก์หน้า เพราะการมาสก์หน้าเป็นการเพิ่มความชุ่มชื้นได้เท่ากับการทาครีมบำรุงผิวประมาณ 1-2 ตัวเลยทีเดียว สังเกตผิวลอกในตอนเช้าหลังจากมาสก์หน้าตอนกลางคืนให้ดี หากผิวฉ่ำน้ำนั่นเป็นเพราะผิวได้รับการบำรุงที่ค่อนข้างดีนั่นเอง

5.มาสก์หน้าด้วยสูตรธรรมชาติ
การมาสก์หน้าด้วยสูตรธรรมชาตินั้น ถือเป็นวิธีที่ให้ความปลอดภัยต่อผิวอย่างมาก ซึ่งมีสูตรมาสก์หน้าที่น่าสนใจมากมาย โดยเฉพาะสูตรน้ำนมสด ที่เพียงใช้สำลีชุบน้ำนมหมาดๆ แล้วแปะเข้าที่บริเวณผิวลอก ทิ้งไว้ประมาณ 5-10 นาทีแล้วล้างออก ก็ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวได้ แถมยังเป็นสูตรมาสก์หน้าที่ได้รับความนิยมจากสาวๆ อย่างมาก เพราะได้ผลดี แถมยังทำได้ง่ายอีกด้วย


6.ห้ามล้างหน้าบ่อยๆ
แม้ว่าการล้างหน้าจะช่วยให้ผิวหน้าสะอาดและเป็นการดูแลผิวให้มีสุขภาพดี แต่หากล้างหน้าบ่อยๆ ก็ย่อมทำให้ผิวมีอาการลอกเป็นขุยได้เช่นกัน ยิ่งหากใครที่ผิวหน้าเป็นขุยขาวๆ ยิ่งไม่ควรล้างหน้าบ่อย เพราะจะทำให้ผิวอักเสบง่ายขึ้นกว่าเดิม

แค่เพียง 6 วิธีง่ายๆ ที่เราเอามาแชร์ให้สาวๆ ได้นำไปปรับใช้ตามที่กล่าวไปข้างต้น ก็ช่วยรักษาและป้องกันผิวลอกเป็นขุยได้เป็นอย่างดีแล้วล่ะค่ะ เพียงแต่จะต้องอาศัยการมีวินัยให้มากๆ ทั้งในเรื่องของการทาครีมกันแดดหรือการบำรุงผิวให้มีความชุ่มชื้นก็ตาม เพราะผิวหน้าที่ดีย่อมได้มาด้วยความเอาใจใส่ในการดูแลทุกวันนั่นเอง

ดูเนื้อหาต้นฉบับ

ที่มา : https://www.sanook.com/women/179529/
ขอขอบคุณ : https://www.sanook.com/women/179529/

6 เคล็ดลับดูแลตัวเองช่วงกักตัวอยู่บ้าน ให้ดูดีตั้งแต่หัวจรดเท้า

ในช่วงที่สถานการณ์การระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19ยังคงมีทีท่าว่าจะไม่ดีขึ้น การเลือกกักตัวหรือใช้ชีวิตอยู่ที่บ้าน ถือเป็นสิ่งที่ควรทำอย่างมาก เพราะเชื่อว่าจะช่วยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อไวรัสได้ สำหรับสาวๆ คนไหนที่กำลังอยู่ในช่วงกักตัว วันนี้เราได้หยิบเอาเคล็ดลับในการดูแลตัวเองให้ดูดีตั้งแต่หัวจรดเท้า แม้ว่าจะใช้ชีวิตตลอดทั้งวันอยู่แต่ในบ้านก็ตาม ซึ่ง 6 เคล็ดลับในการดูแลตัวเองในช่วงกักตัวอยู่บ้านที่แนะนำให้ทำตามมีดังนี้

1.มาสก์หน้า
การมาสก์หน้าเป็นการเติมความชุ่มชื้นให้กับผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้นหากต้องกักตัวอยู่ที่บ้าน แม้จะไม่ได้ออกไปสัมผัสมลภาวะหรือแสงแดดบ่อยๆ ก็ตาม แต่การบำรุงผิวและรักษาความชุ่มชื้นของผิวก็ยังถือเป็นสิ่งที่สาวๆ จะต้องให้ความสำคัญเหมือนเดิม ที่สำคัญช่วงเวลาของการกักตัวถือเป็นโอกาสดีในการมาสก์หน้าสำหรับสาวๆ เลยทีเดียว


2.บำรุงผิว
แม้จะอยู่แต่ในบ้าน ผิวพรรณก็ต้องได้รับการบำรุงตามสภาพผิวของตัวเองอย่างสม่ำเสมอ ดังนั้นสาวๆ ควรเตรียมสกินแคร์ที่เหมาะกับผิวของตัวเอง เพื่อใช้บำรุงผิวในทุกวัน เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสำหรับสภาพผิว เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

3.มาสก์ใต้ตา
ผิวบริเวณใต้ตา คือผิวที่มักถูกละเลยเป็นอย่างมาก นั่นจึงทำให้สาวๆ หลายคนมีผิวใต้ตาดำคล้ายหมีแพนด้า อีกทั้งสาเหตุสำคัญที่ทำให้ใต้ตาดำก็คือการนอนดึก จะด้วยเหตุผลเพราะทำงานหนักจนเลยเวลานอนหรือเพราะเหตุใดก็ตาม สาวๆ จะต้องให้ความสำคัญกับการมาสก์ใต้ตา เพราะวิธีนี้จะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวรอบดวงตาได้เป็นอย่างดี จึงช่วยลดปัญหาผิวใต้ตาดำได้


4.สครับผิวกาย
การสครับผิวเป็นวิธีที่จะช่วยให้ผิวพรรณของสาวๆ สุขภาพดี และยังเป็นวิธีการดูแลผิวที่ได้ผลมากๆ เมื่อต้องใช้ชีวิตอยู่แต่ในบ้าน สาวๆ จึงมีเวลาสครับผิวกายอย่างแน่นอน ดังนั้นแนะนำให้เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวกายที่มีส่วนช่วยบำรุงผิว และมีความเหมาะสมกับสภาพผิวของตัวเองมาใช้ในการสครับผิวทุกอาทิตย์ รับรองว่าช่วยให้ผิวกายสวยเรียบเนียน แถมยังมีกลิ่นหอมติดตัวอีกด้วย

5.ดื่มน้ำเปล่าให้มากๆ
ถือเป็นโอกาสดีที่สาวๆ จะสามารถบังคับตัวเองให้ดื่มน้ำในแต่ละวันให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย ซึ่งการดื่มน้ำเปล่าในปริมาณมาก เป็นการบำรุงผิวจากภายในสู่ภายนอกได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด อีกทั้งน้ำเปล่ายังมีส่วนช่วยให้ระบบการขับถ่ายทำงานเป็นปกติ ซึ่งส่งผลดีต่อผิวพรรณของคนเรานั่นเอง


6.ออกกำลังกาย
การออกกำลังกายไม่เพียงแต่ช่วยในเรื่องของการกระชับสัดส่วนของร่างกายเท่านั้น แต่ยังมีผลต่อผิวพรรณที่ดีของสาวๆ อีกด้วย ดังนั้นแม้จะต้องกักตัว ก็ใช่ว่าจะออกกำลังกายไม่ได้ ซึ่งวิธีการออกกำลังกายในบ้านนั้นมีมากมายให้ได้เลือกทำตาม อย่างน้อยให้ร่างกายได้เคลื่อนไหววันละ 30 นาทีก็ถือว่าดีมากๆ แล้ว

จะเห็นได้ว่าการดูแลตัวเองในช่วงกักตัวอยู่บ้านให้ดูดีตั้งแต่หัวจรดเท้านั้น ไม่ใช่เพียงแค่การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ดีๆ เพื่อบำรุงผิวพรรณเท่านั้น แต่การบำรุงร่างกายจากภายในสู่ภายนอก เช่นการดื่มน้ำให้มากๆ หรือแม้แต่การออกกำลังกายก็เป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้สาวๆ ดูดีแม้จะต้องกักตัวอยู่ในบ้านเช่นกัน

ดูเนื้อหาต้นฉบับ

ที่มา : https://www.sanook.com/women/179469/
ขอขอบคุณ : https://www.sanook.com/women/179469/

บัตรกดเงินสด ซิตี้ เรดดี้เครดิต

บัตรเครดิต ซิตี้ ลาซาด้า

บัตรเครดิตซิตี้ แกร็บ

บัตรเครดิต ซิตี้ แคชแบ็ก แพลตตินั่ม

บัตรเครดิต ซิตี้ รีวอร์ด